ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ระเบียบ กกต.กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 2560


ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าด้วยกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
พ.ศ. 2560
            

โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 69 มาตรา 78 มาตรา 80 มาตรา 82 มาตรา 83 มาตรา 84 และมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ประกอบมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการประชุมครั้งที่ 46/2560 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกระเบียบไว้ดังนี้

ข้อ 1  ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

ข้อ 2[1][1]  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3  ให้ยกเลิก
(1) ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554
(2) ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข้อ 4  ในระเบียบนี้
กองทุน หมายความว่า กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
คณะกรรมการกองทุน หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
ประธานกรรมการกองทุน หมายความว่า ประธานกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
กรรมการกองทุน หมายความว่า กรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
นายทะเบียน หมายความว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ข้อ 5  ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามระเบียบนี้ กรณีจำเป็นที่ไม่อาจปฏิบัติตามระเบียบนี้หรือเห็นสมควรให้มีการปฏิบัตินอกเหนือจากระเบียบนี้ ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนเป็นกรณีไป

หมวด 1
การจัดตั้งและลักษณะกิจการกองทุน
            

ข้อ 6  ให้มีกองทุนในสำนักงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายในการสนับสนุนพรรคการเมือง การให้การศึกษาแก่ประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน และสมาชิกมีส่วนร่วมในการดำเนินการอย่างแท้จริง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของพรรคการเมืองให้แก่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และการดำเนินการอื่นใดที่มีกฎหมายกำหนด

ข้อ 7  กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
(1) เงิน ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน ภาระผูกพัน และงบประมาณที่โอนมาตามมาตรา 147 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
(2) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่าย
(3) เงินที่ได้รับมาจากกรมสรรพากรตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
(4) เงินค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(5) เงินและดอกเบี้ยที่เรียกคืนจากผู้ซึ่งต้องรับผิดในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่อันเนื่องจากการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
(6) เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่พรรคการเมืองได้มาโดยฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
(7) เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ตกเป็นของกองทุนตามมาตรา 95 และมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
(8) เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่มีผู้มอบให้ แต่กองทุนจะรับมอบเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มิได้
(9) ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดของกองทุน
เงินตาม (3) ให้จัดสรรให้พรรคการเมืองที่ผู้เสียภาษีเงินได้แสดงเจตนาไว้ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรแจ้งให้นายทะเบียนทราบตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

หมวด 2
คณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
            

ข้อ 8  ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ประกอบด้วย
(1) ประธานกรรมการการเลือกตั้ง    เป็นประธานกรรมการ
(2) กรรมการการเลือกตั้งซึ่งคณะกรรมการ       เป็นกรรมการ
การเลือกตั้งมอบหมายหนึ่งคน
(3) ผู้แทนกระทรวงการคลังหนึ่งคน   เป็นกรรมการ
(4) ผู้แทนสำนักงบประมาณหนึ่งคน   เป็นกรรมการ
(5) ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน      เป็นกรรมการ
(6) นายทะเบียนพรรคการเมือง      เป็นกรรมการและเลขานุการ
ในกรณีที่ไม่มีกรรมการกองทุนครบองค์ประกอบคณะกรรมการกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการกองทุนประกอบด้วยกรรมการกองทุนเท่าที่มีอยู่ และให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

ข้อ 9  ให้คณะกรรมการกองทุนมีหน้าที่และอำนาจดังนี้
(1) จัดสรรเงินกองทุนตามข้อ 16
(2) จัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนการดำเนินงานของกองทุนและเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาพรรคการเมือง
(3) บริหาร กำกับ ควบคุมดูแลกองทุน และติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนรวมถึงการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง
(4) กำหนดโครงสร้างเกี่ยวกับการบริหารงานและบุคลากรของกองทุนเพื่อรองรับการดำเนินงานด้านต่าง ๆ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(5) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานและกิจกรรมของกองทุน และการพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมือง
(6) นำเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนไปหาดอกผลตามข้อ 18
(7) รายงานผลการดำเนินงานประจำปีให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
(8) แต่งตั้งบุคคล คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณา เสนอความเห็น และช่วยเหลือการปฏิบัติงานในเรื่องที่มอบหมาย
(9) แต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการกองทุน
(10) ออกประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติเพื่อให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้
(11) ดำเนินงานอื่นใดที่เกี่ยวกับการพัฒนาพรรคการเมืองตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
(12) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
ให้บุคคล คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการตาม (8) ได้รับค่าเบี้ยประชุมตามอัตราที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด

ข้อ 10  กรรมการกองทุนซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ตามข้อ 8 (5) ให้แต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควรมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีประโยชน์ทับซ้อนกับสำนักงานทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยพิจารณาจากบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการที่หลากหลายอันจะยังประโยชน์แก่การบริหารจัดการกองทุน และต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์  ทั้งนี้ มีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง กรณีที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการแต่งตั้งภายในหกสิบวันก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่ง

ข้อ 11  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ 10 ให้กรรมการกองทุนซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เพราะเหตุดังต่อไปนี้
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) เป็นบุคคลต้องคำพิพากษาให้จำคุก เว้นแต่ได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
(5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(6) เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
(7) คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
ในกรณีที่กรรมการกองทุนซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงเพราะเหตุตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการกองทุนขึ้นแทนภายในหกสิบวันนับจากวันที่พ้นจากตำแหน่ง ตามวิธีการในข้อ 10

ข้อ 12  การประชุมของคณะกรรมการกองทุนต้องมีกรรมการกองทุนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการกองทุนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม
การลงมติในการประชุมของคณะกรรมการกองทุน ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมาก โดยให้กรรมการกองทุนคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ในกรณีมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ให้ประธานกรรมการกองทุนเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการกองทุนไม่มาประชุม ให้กรรมการกองทุนที่มาประชุมเลือกกรรมการกองทุนคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ข้อ 13  ให้ประธานกรรมการกองทุน กรรมการกองทุน และผู้ช่วยเลขานุการ ได้รับค่าเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง ตามอัตราค่าเบี้ยประชุมท้ายระเบียบนี้

หมวด 3
การบริหารจัดการกองทุน
            

ข้อ 14  ให้คณะกรรมการกองทุนกำหนดโครงสร้างและมาตรฐานเกี่ยวกับการบริหารและการควบคุมดูแลกองทุน เพื่อดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
เพื่อประโยชน์ในการบริหาร และการควบคุมดูแลกองทุน คณะกรรมการกองทุนจะกำหนดให้มีบุคลากรเพื่อช่วยเหลือในการบริหาร การเงิน การพัสดุ ตลอดจนการกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติของตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่าง ๆ เงื่อนไขและระยะเวลาการจ้าง การประเมินผลการปฏิบัติงาน การเลิกจ้าง และการอื่นใดที่จำเป็นก็ได้  ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความจำเป็น ความมีประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าในการบริหารด้วย

ข้อ 15  ให้คณะกรรมการกองทุนจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปี ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผลการดำเนินงานของปีที่ผ่านมา แผนการปฏิบัติงาน ประมาณการรายรับรายจ่ายประจำปีและประมาณการกระแสเงินสด เพื่อนำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณของทุกปีเพื่อใช้ประกอบการกำกับดูแล การบริหาร และการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน

ข้อ 16  การใช้จ่ายเงินกองทุนตามแผนการดำเนินงานตามข้อ 15 ให้ใช้จ่ายได้ดังต่อไปนี้
(1) จัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองตามมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
(2) การบริหารกองทุน
(3) การดำเนินการพัฒนาพรรคการเมืองของสำนักงาน
(4) เป็นทุนในการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาพรรคการเมือง
(5) สนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง และสถาบันอื่นของสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพรรคการเมือง
(6) การให้การศึกษาแก่ประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(7) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
(8) การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน และสมาชิกมีส่วนร่วมในการดำเนินการอย่างแท้จริง
(9) สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของพรรคการเมืองให้แก่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
(10) ค่าธรรมเนียมศาล ค่าสืบพยานหลักฐานนอกศาล ค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักของพยาน ผู้เชี่ยวชาญ ล่าม และเจ้าพนักงานศาล ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตลอดจนค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ บรรดาที่กฎหมายบังคับให้ชำระ ในคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ คดีแพ่งเรียกคืนเงินสนับสนุน คดีอาญา และคดีปกครอง โดยให้นิติกรผู้รับผิดชอบคดีได้รับค่าตอบแทนเป็นรายคดี คดีละไม่เกินห้าพันบาทเมื่อคดีถึงที่สุด
สำหรับการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว และพนักงานของสำนักงาน ให้นำระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในการเบิกจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายคดี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด
(11) เป็นค่าใช้จ่ายในการแสวงหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560
(12) จัดสรรเพื่อการอื่นตามที่มีผู้มอบให้โดยระบุวัตถุประสงค์ไว้
(13) สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดสรรเวลาออกอากาศให้แก่พรรคการเมือง ตามมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
(14) การอื่นที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

ข้อ 17  การรับเงิน การใช้จ่ายเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและการบริหารเงินและทรัพย์สินของกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการบริหารเงินและทรัพย์สินของกองทุน

ข้อ 18  เงินหรือทรัพย์สินของกองทุนตามข้อ 7 ให้คณะกรรมการกองทุนนำไปจัดหาดอกผลได้ โดยการฝากกับธนาคารพาณิชย์หรือซื้อพันธบัตรของรัฐบาล หรือดำเนินการอื่นใดที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด

หมวด 4
การอุดหนุนพรรคการเมืองที่ผู้เสียภาษีเงินได้
แสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
             

ข้อ 19  เมื่อกรมสรรพากรได้จัดทำรายชื่อพร้อมจำนวนเงินของพรรคการเมืองที่ได้รับการอุดหนุนจากการแสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ส่งให้นายทะเบียนและโอนเงินดังกล่าวให้กองทุนภายในเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อโอนต่อให้พรรคการเมืองที่ได้รับเงินอุดหนุน
ให้กองทุนนำวงเงินอุดหนุนดังกล่าวของพรรคการเมืองตามรายชื่อพรรคการเมืองและจำนวนเงินที่กรมสรรพากรส่งให้นายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนแก่พรรคการเมืองที่ยังดำเนินกิจการอยู่ตามข้อ 24

หมวด 5
หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานของกองทุน
            

ส่วนที่ 1
การดำเนินงานและการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี
            

ข้อ 20  ให้คณะกรรมการกองทุนจัดให้มีแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงินประจำปีซึ่งจะต้องประกอบด้วยภารกิจหลัก วัตถุประสงค์หลัก เป้าหมายของผลการดำเนินงาน และตัวชี้วัดผลสำเร็จการดำเนินงาน เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานของกองทุน และใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน

ข้อ 21  ให้คณะกรรมการกองทุนจัดทำงบประมาณรายจ่ายของกองทุนประจำปีให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงินประจำปีที่กำหนดไว้ตามข้อ 20 และกำหนดวงเงินของกองทุนที่จะใช้จ่ายตามข้อ 23 และกำหนดวงเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองตามข้อ 24 เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาอนุมัติใช้เป็นงบประมาณรายจ่ายของกองทุนประจำปีต่อไป

ข้อ 22  ในกรณีมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมระหว่างปี ให้คณะกรรมการกองทุนพิจารณาเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งอนุมัติใช้เป็นงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมระหว่างปีต่อไป

ส่วนที่ 2
การจัดสรรเงินเพื่อใช้จ่ายเพื่อการบริหารกองทุนและการดำเนินกิจการอื่น
            

ข้อ 23  ให้คณะกรรมการกองทุนกำหนดวงเงินจัดสรรเพื่อใช้จ่ายเพื่อการบริหารกองทุนและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการกองทุน และสำนักงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการอันเป็นวัตถุประสงค์ของกองทุน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของพรรคการเมืองตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเรียกเก็บ
วงเงินที่จะใช้จ่ายเพื่อการบริหารจัดการและดำเนินกิจการตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย
(1) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายตามข้อ 7 (2) ไม่เกินร้อยละสามสิบ
(2) เงินค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามข้อ 7 (4) ไม่เกินร้อยละห้าสิบ
(3) เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่พรรคการเมืองได้มาโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ตามข้อ 7 (6)
(4) เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ตกเป็นของกองทุนตามมาตรา 95 และมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ตามข้อ 7 (7)
(5) ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดของกองทุน ตามข้อ 7 (9) ไม่เกินร้อยละยี่สิบ
(6) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ที่ระบุให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือสำนักงาน หรือไม่เกินร้อยละสามสิบของเงินที่มีผู้มอบให้โดยมิได้ระบุวัตถุประสงค์
(7) เงินทุนหมุนเวียนของกองทุน
การใช้จ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง จะนำไปใช้เพื่อการเดินทางไปต่างประเทศไม่ว่าในกรณีใด ๆ มิได้

ส่วนที่ 3
การจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองหรือเพื่อการอื่น
            

ข้อ 24  ให้คณะกรรมการกองทุนเสนอกรอบการกำหนดวงเงินที่จะจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองหรือเพื่อการอื่นสำหรับปีงบประมาณถัดไป เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาให้ความเห็นชอบ ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ
ในการกำหนดกรอบวงเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองหรือเพื่อการอื่นตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย
(1) เงินที่ได้รับจากกรมสรรพากรตามข้อ 19
(2) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายตามข้อ 7 (2) ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบแต่ไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบ
(3) เงินค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามข้อ 7 (4) ไม่เกินร้อยละห้าสิบ
(4) เงินและดอกเบี้ยที่ได้รับจากการเรียกคืนจากผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่อันเนื่องจากการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมตามข้อ 7 (5) ที่ได้รับในปีงบประมาณก่อนหน้าไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบ
(5) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้โดยมิได้ระบุวัตถุประสงค์ ให้นำมาจัดสรรไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบ
(6) ดอกผล และรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดของกองทุนตามข้อ 7 (9) ไม่เกินร้อยละแปดสิบ
(7) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้โดยระบุวัตถุประสงค์ว่าให้แก่พรรคการเมืองหรือเพื่อการอื่นให้นำมาจัดสรรตามที่ผู้มอบให้ระบุวัตถุประสงค์ไว้

ข้อ 25  ให้คณะกรรมการกองทุนจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองที่มีสิทธิเป็นรายปีภายในกรอบวงเงินที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดไว้ในข้อ 24 (1) - (6) ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
(1) จัดสรรเงินอุดหนุนจากผู้เสียภาษีเงินได้ที่แสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีให้แก่พรรคการเมืองตามข้อ 19 ให้จัดสรรให้แก่พรรคการเมืองตามที่ผู้เสียภาษีได้ระบุไว้
(2) จัดสรรร้อยละสี่สิบของวงเงินจัดสรรตามข้อ 24 นอกจากเงินที่ได้รับจากกรมสรรพากรให้จัดสรรให้ตามจำนวนเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองที่พรรคการเมืองได้รับ โดยแต่ละพรรคการเมืองให้ได้รับตามอัตราส่วนระหว่างจำนวนเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองที่ทุกพรรคการเมืองได้รับรวมกันในปีที่ผ่านมาต่อจำนวนเงินค่าบำรุงที่พรรคการเมืองนั้น ๆ ได้รับมาในปีที่ผ่านมา แต่เงินที่จัดสรรให้ต้องไม่เกินเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองที่พรรคการเมืองนั้นได้รับจากสมาชิกในปีที่ผ่านมา
(3) จัดสรรร้อยละสี่สิบของวงเงินจัดสรรตามข้อ 24 นอกจากเงินที่ได้รับจากกรมสรรพากรให้จัดสรรให้ตามคะแนนเสียงที่พรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งทั่วไปสำหรับปีถัดจากปีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป โดยแต่ละพรรคการเมืองให้ได้รับตามอัตราส่วนระหว่างคะแนนเสียงที่ทุกพรรคการเมืองได้รับรวมกัน ต่อคะแนนเสียงที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ สำหรับปีอื่นให้จัดสรรให้พรรคการเมืองตามสัดส่วนที่พรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองได้รับการจัดสรรตามอัตราส่วนเงินบริจาคทั้งหมดตามข้อ 19 ต่อเงินที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ
(4) จัดสรรร้อยละยี่สิบของวงเงินจัดสรรตามข้อ 24 นอกจากเงินที่ได้รับจากกรมสรรพากรให้จัดสรรให้ตามจำนวนสาขาพรรคการเมือง โดยแต่ละพรรคการเมืองให้ได้รับตามอัตราส่วนระหว่างจำนวนสาขาพรรคการเมืองของทุกพรรคการเมืองรวมกันในปีที่ผ่านมาต่อจำนวนสาขาพรรคการเมืองของพรรคการเมืองนั้น ๆ ในปีที่ผ่านมา
การจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองที่มีผู้มอบให้โดยระบุวัตถุประสงค์ให้แก่พรรคการเมืองใดตามข้อ 24 (7) ให้จัดสรรเงินตามจำนวนเงินดังกล่าวให้แก่พรรคการเมืองนั้น
ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมิได้ดำเนินการตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งเตือนแล้วยังมิได้ปฏิบัติตามให้คณะกรรมการการเลือกตั้งลดจำนวนเงินที่จะจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองนั้นร้อยละสิบ เว้นแต่พรรคการเมืองมีเหตุผล ความจำเป็น หรือเหตุสุดวิสัยอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้
เงินที่เหลือจากการจัดสรรให้ส่งคืนเข้ากองทุน

ข้อ 26  ให้พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนตามข้อ 25 ใช้จ่ายเงินดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังนี้
(1) เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้ง อาทิ
(1.1) การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(1.2) กิจกรรมอื่นที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน
(2) การจัดทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 อาทิ
(2.1) การจัดให้มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาระบบทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลพรรคการเมือง
(2.2) การส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เช่น กรณีการปิดประกาศทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง
(2.3) การหาสมาชิกพรรคการเมือง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด
(2.4) การจัดประชุมใหญ่พรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมือง
(2.5) กิจกรรมอื่นที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน
(3) การพัฒนาพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองให้มีคุณภาพและคุณธรรมอันดีงาม อาทิ
(3.1) การพัฒนาพรรคการเมือง และการส่งเสริมสมาชิกพรรคการเมืองให้มีคุณภาพและคุณธรรมอันดีงาม
(3.2) การพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานภายในพรรคการเมือง
(3.3) กิจกรรมอื่นที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน
(4) การส่งเสริมความรู้แก่สมาชิกพรรคการเมือง และประชาชนในทางการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อาทิ
(4.1) การประชาสัมพันธ์กิจกรรม และผลงานของพรรคการเมือง
(4.2) การจัดกิจกรรม อบรม สัมมนา ให้ความรู้แก่สมาชิกพรรคการเมือง และประชาชนทั่วไป
(4.3) กิจกรรมอื่นที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน
(5) การอื่นใดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
พรรคการเมืองที่ได้รับเงินอุดหนุนจะใช้จ่ายเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรคการเมือง หรือเพื่อจ้างบุคลากรของพรรคการเมืองหรือค่าใช้จ่ายอื่นทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดมิได้ เว้นแต่เป็นเงินอุดหนุนที่ได้รับตามข้อ 25 (4) แต่การใช้จ่ายเงินนั้นจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสาขาพรรคการเมืองเท่านั้น
คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกำหนดให้พรรคการเมืองใช้เงินที่ได้รับจัดสรรตามวรรคหนึ่ง ในแต่ละด้านตามสัดส่วนที่กำหนดก็ได้
เพื่อให้การใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนเป็นไปด้วยความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่า และเป็นมาตรฐานตามความเป็นจริง คณะกรรมการกองทุนอาจกำหนดรายละเอียดมาตรฐานการใช้จ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง และอัตราการใช้จ่ายเงินในแต่ละรายการโดยประกาศให้พรรคการเมืองทราบเป็นการทั่วไปก่อนก็ได้

ข้อ 27  ในกรณีที่ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ อันเป็นผลจากการกระทำของสมาชิกของพรรคการเมืองใด เมื่อได้วงเงินอุดหนุนที่จะต้องจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองนั้นตามข้อ 25 (1) (2) (3) และ (4) แล้ว ให้หักจำนวนเงินที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นฟ้องให้สมาชิกของพรรคการเมืองผู้นั้นชดใช้คืนออกจากเงินจัดสรรของพรรคการเมืองและส่งคืนเข้ากองทุนก่อน ถ้าภายหลังมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดปรากฏว่าผู้นั้นไม่ต้องรับผิดหรือรับผิดน้อยกว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นฟ้องให้คณะกรรมการกองทุนจ่ายเงินคืนให้แก่พรรคการเมืองนั้น ถ้าเงินที่จัดสรรให้มีไม่พอให้ดำเนินการหักจากเงินจัดสรรในปีต่อ ๆ ไปจนครบ  ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิพรรคการเมืองที่จะไล่เบี้ยเอาจากสมาชิกที่ต้องรับผิดตามคำพิพากษา
ให้พรรคการเมืองที่ได้รับเงินอุดหนุนคืนจากกองทุนตามวรรคหนึ่ง ดำเนินการและใช้จ่ายเงินอุดหนุนภายในปีที่ได้รับเงินอุดหนุนคืน เว้นแต่จะได้รับแจ้งจากพรรคการเมืองนั้นว่าไม่สามารถใช้จ่ายเงินได้ทันภายในระยะเวลาดังกล่าว คณะกรรมการกองทุนจะพิจารณาให้ความเห็นชอบให้พรรคการเมืองสามารถใช้จ่ายเงินดังกล่าวในปีถัดไปก็ได้

ข้อ 28  ห้คณะกรรมการกองทุนทำหน้าที่แทนคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองในแต่ละปีตามวงเงินในข้อ 25 โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้
(1) การจัดสรรเงินตามที่ผู้เสียภาษีได้ระบุไว้ตามข้อ 25 (1)
(2) การจัดสรรเงินตามจำนวนเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองที่พรรคการเมืองได้รับในรอบปีที่ผ่านมา ให้คำนวณจากวงเงินที่จัดสรรให้พรรคการเมืองตามข้อ 25 (2) คูณด้วยจำนวนเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองของแต่ละพรรคการเมือง หารด้วยจำนวนเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองทั้งหมดของพรรคการเมืองที่มีสิทธิ ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวนวงเงินสูงสุดที่อาจจัดสรรให้ตามจำนวนเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองของแต่ละพรรคการเมือง
ในการนี้ พรรคการเมืองจะได้รับเงินอุดหนุนไม่เกินเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองที่พรรคการเมืองนั้นได้รับจากสมาชิกพรรคการเมืองในปีที่ผ่านมา
(3) การจัดสรรเงินตามคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปของแต่ละพรรคการเมือง เฉพาะปีถัดจากปีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ให้คำนวณจากวงเงินที่จัดสรรให้พรรคการเมืองตามข้อ 25 (3) คูณด้วยจำนวนคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งทั่วไปของแต่ละพรรคการเมือง หารด้วยจำนวนคะแนนเสียงทั้งหมดจากการเลือกตั้งทั่วไปของพรรคการเมืองที่มีสิทธิผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวนวงเงินสูงสุดที่อาจจัดสรรให้ตามจำนวนคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งทั่วไปของแต่ละพรรคการเมือง
สำหรับการจัดสรรเงินในปีอื่น ๆ ให้จัดสรรตามวงเงินอุดหนุนที่ผู้เสียภาษีเงินได้แสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีให้แก่พรรคการเมืองแต่ละพรรคการเมืองตามข้อ 19 ให้คำนวณจากวงเงินที่จัดสรรให้พรรคการเมืองตามข้อ 25 (3) คูณด้วยจำนวนวงเงินอุดหนุนที่ผู้เสียภาษีเงินได้แสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ หารด้วยจำนวนวงเงินอุดหนุนจากการแสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีของพรรคการเมืองที่มีสิทธิ ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวนวงเงินสูงสุดที่อาจจัดสรรให้ตามจำนวนวงเงินอุดหนุนที่ผู้เสียภาษีเงินได้แสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีให้แก่พรรคการเมืองของแต่ละพรรคการเมือง
(4) การจัดสรรเงินตามจำนวนสาขาพรรคการเมืองของแต่ละพรรคการเมือง ให้คำนวณจากวงเงินที่จัดสรรให้พรรคการเมืองตามข้อ 25 (4) คูณด้วยจำนวนสาขาพรรคการเมืองของแต่ละพรรคการเมืองหารด้วยจำนวนสาขาพรรคการเมืองทั้งหมดของพรรคการเมืองที่มีสิทธิ ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวนวงเงินสูงสุดที่อาจจัดสรรให้ตามจำนวนสาขาพรรคการเมืองของแต่ละพรรคการเมือง
(5) การจัดสรรเงินให้แก่พรรคการเมืองตามจำนวนวงเงินที่มีผู้มอบให้โดยระบุวัตถุประสงค์ให้แก่พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดตามข้อ 25 วรรคสอง

ข้อ 29  ให้คณะกรรมการกองทุนอนุมัติการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองตามข้อ 28 ในแต่ละปี และให้รายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

ข้อ 30  ให้พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุน จะต้องดำเนินการและใช้จ่ายเงินที่ได้รับอุดหนุนตามข้อ 29 เป็นรายปี โดยให้เริ่มนับวันจัดสรรเงินอุดหนุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุน

ข้อ 31  เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงาน พรรคการเมืองจะส่งรายละเอียดการใช้จ่ายเงินอุดหนุนตามข้อ 29 ให้นายทะเบียนทราบก่อนตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดก็ได้ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่ารายละเอียดการใช้จ่ายเงินอุดหนุนรายการใดไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตามข้อ 26 ให้แจ้งพรรคการเมืองทราบ

ข้อ 32  พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจะต้องใช้จ่ายเงินอุดหนุนที่ได้รับการจัดสรรจากกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามข้อ 26 และต้องมีหลักฐานการเบิกจ่ายเงินทุกรายการ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

หมวด 6
หลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายเงินกองทุน
            

ข้อ 33  เมื่อคณะกรรมการกองทุนอนุมัติการจัดสรรเงินอุดหนุนประจำปีให้แก่พรรคการเมืองตามหมวด 5 แล้ว ให้สำนักงานแจ้งวงเงินอุดหนุนที่พรรคการเมืองได้รับจัดสรร และโอนเงินดังกล่าวให้แก่พรรคการเมืองตามบัญชีเงินฝากธนาคารตามข้อ 34 โดยเร็ว และให้พรรคการเมืองออกใบเสร็จรับเงินของพรรคการเมือง ส่งให้สำนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พรรคการเมืองได้รับหนังสือแจ้งการโอนเงิน

ข้อ 34  ให้พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนตามหมวด 5 เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี พรรค (ชื่อพรรคการเมือง) (กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง) และแจ้งเลขที่บัญชีพร้อมผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงิน จำนวนไม่น้อยกว่าสามคนโดยต้องมีเงื่อนไขในการเบิกจ่ายเงินไม่น้อยกว่าจำนวนสองในสามคนให้สำนักงานทราบ

ข้อ 35  พรรคการเมืองที่ได้เบิกจ่ายเงินอุดหนุนจากกองทุน ต้องลงรายการในบัญชีให้เป็นไปตามมาตรา 58 มาตรา 59 มาตรา 60 และมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินทุกรายการ

ข้อ 36  เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้โดยระบุวัตถุประสงค์เพื่อการอื่นตามข้อ 24 (7) ให้ผู้ได้รับเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายเงินข้อ 33 และข้อ 34 โดยอนุโลม
ในการนี้ เมื่อผู้ได้รับเงินหรือทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ดำเนินการใช้จ่ายเงินดังกล่าวเพื่อการใดแล้วให้รายงานให้นายทะเบียนทราบภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป

หมวด 7
การรายงาน การตรวจสอบ การเรียกคืน การลด และการงดเงินอุดหนุนของพรรคการเมือง
            

ข้อ 37  ให้พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนต้องใช้จ่ายเงินอุดหนุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อ 26 และให้จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพรรคการเมืองให้ถูกต้องตามความเป็นจริงทุก ๆ สามเดือนนับตั้งแต่วันที่ได้รับการจัดสรร และส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งภายในสิบห้าวันของทุก ๆ สามเดือนตามแบบท้ายระเบียบนี้ พร้อมสำเนาหลักฐานการใช้จ่ายเงินที่หัวหน้าพรรคการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคการเมืองมอบหมายเป็นหนังสือและเหรัญญิกพรรคการเมืองลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกแผ่น
ในกรณีการจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพรรคการเมืองในรอบสามเดือนสุดท้ายของปีปฏิทิน พรรคการเมืองจะต้องรายงานการใช้จ่ายเงินพร้อมแจ้งวงเงินเหลือจ่ายพร้อมดอกผลด้วย
ในกรณีที่มีเงินเหลือจ่ายพร้อมดอกผล ให้พรรคการเมืองจัดทำบัญชีเฉพาะเงินที่เหลือจ่ายพร้อมดอกผลดังกล่าวให้ชัดเจน โดยสามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวไปสมทบกับเงินอุดหนุนในปีถัดไปเพื่อดำเนินการตามมาตรา 23 และมาตรา 84 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ในปีถัดไปได้  ทั้งนี้ ให้พรรคการเมืองดำเนินการใช้จ่ายเงินที่เหลือจ่ายพร้อมดอกผลดังกล่าว ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการและการพัฒนาพรรคการเมืองตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนดให้หมดในปีถัดไป

ข้อ 38  ให้นายทะเบียนตรวจสอบรายงานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพรรคการเมืองตามข้อ 37 หากนายทะเบียนเห็นว่าพรรคการเมืองใช้จ่ายเงินอุดหนุนไม่เป็นไปตามที่กำหนดตามข้อ 26 หรือไม่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งให้พรรคการเมืองแก้ไขการใช้จ่ายในเรื่องนั้นของปีถัดไป และในการนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจเรียกเงินอุดหนุนในส่วนที่พรรคการเมืองใช้จ่ายไม่เป็นไปตามข้อ 26 หรือไม่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองคืนหรือลดการจัดสรรเงินอุดหนุนตามข้อ 29 เท่ากับจำนวนเงินอุดหนุนที่พรรคการเมืองใช้จ่ายไม่เป็นไปตามข้อ 26 หรือไม่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในปีถัดไปด้วยก็ได้
ในกรณีนายทะเบียนตรวจสอบรายงานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพรรคการเมืองแล้วปรากฏว่าเป็นการรายงานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนด้วยข้อความอันเป็นเท็จทั้งหมดหรือบางส่วน หรือไม่รายงานภายในเวลาที่กำหนด ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งเรียกเงินอุดหนุนคืนจากหัวหน้าพรรคการเมือง และคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง และให้งดการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองนั้น ตามข้อ 29 ในปีถัด ๆ ไปจนกว่าชำระคืนครบถ้วน

หมวด 8
การติดตาม และการประเมินผล
            

ข้อ 39  ให้สำนักงานจัดให้มีการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินของกองทุนเป็นประจำทุกปี
ในการติดตาม สำนักงานอาจเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนเพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ ทำหน้าที่กลั่นกรอง และให้ความเห็นการติดตามการดำเนินงานของกองทุนตามข้อ 21 และการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพรรคการเมืองตามข้อ 29 ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรือไม่ก่อนเสนอคณะกรรมการกองทุนและคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบต่อไป
ในการประเมินผลการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพรรคการเมืองและการดำเนินงานของกองทุน ต้องมีการประเมินผลว่าเป็นไปตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยอย่างน้อยจะต้องทำการประเมินผล ดังต่อไปนี้
(1) ด้านประสิทธิผลการดำเนินงาน
(2) ด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน
(3) ด้านการสนองประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
(4) ด้านผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อการพัฒนาพรรคการเมืองทั้งในระยะสั้น และระยะยาวอย่างยั่งยืน
ให้รายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพรรคการเมืองและการดำเนินงานของกองทุนต่อคณะกรรมการกองทุน และคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบต่อไป
ในการดำเนินการประเมินผลตามวรรคสาม สำนักงานอาจจ้างสถาบันการศึกษาดำเนินการแทนก็ได้

ข้อ 40  เพื่อประโยชน์ในการติดตามประเมินผล การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองตามมาตรา 23 และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ให้พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจัดทำแผนปฏิบัติการเป็นรายไตรมาสตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดและแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการดำเนินงานในแต่ละไตรมาส
ในกรณีที่พรรคการเมืองใดที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจะดำเนินกิจกรรมให้แจ้งกำหนดการพร้อมทั้งแผนงานหรือโครงการตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด ให้สำนักงานทราบล่วงหน้าก่อนการดำเนินกิจกรรมอีกครั้งหนึ่ง
กรณีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามวรรคสอง ให้พรรคการเมืองแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้สำนักงานทราบโดยเร็ว
กรณีการจัดพิมพ์เอกสารสิ่งพิมพ์ ที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจากกองทุน ให้พรรคการเมืองระบุในรายละเอียดในเอกสารสิ่งพิมพ์ด้วยว่า ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจากกองทุน งบประมาณ วัน เดือน ปีที่จัดพิมพ์ จำนวนที่จัดพิมพ์ สถานที่จัดพิมพ์ และส่งตัวอย่างสิ่งพิมพ์ให้สำนักงานเพื่อใช้ประโยชน์ในการติดตามประเมินผลต่อไป

หมวด 9
การแถลงผลงานของพรรคการเมือง
            

ข้อ 41  ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดสรรเวลาออกอากาศให้แก่พรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมือง โดยคำนึงถึงจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมือง เพื่อดำเนินการตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หรือเพื่อแถลงผลงานของพรรคการเมือง อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
การดำเนินการจัดสรรเวลาออกอากาศตามวรรคหนึ่ง ให้มีการหารือกับพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือแนวทางในการกำหนดรูปแบบ เนื้อหา ระยะเวลา อุปกรณ์ในการออกอากาศ และห้วงเวลาออกอากาศ แล้วให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้สาธารณชนทราบ

บทเฉพาะกาล
            

ข้อ 42  การใดที่ได้ดำเนินการหรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อนประกาศใช้ระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามประกาศที่ใช้บังคับอยู่เดิมจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ หรือจนกว่าสามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ต่อไปได้

ข้อ 43  ให้โอนบรรดากิจการ เงิน ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน ภาระผูกพัน และงบประมาณของกองทุนในสำนักงานตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ใช้บังคับไปเป็นของกองทุนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560


ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
ศุภชัย  สมเจริญ
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

บัญชีอัตราค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
ท้ายระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

ตำแหน่ง
อัตราเบี้ยประชุม (บาท)
ประธานกรรมการ
10,000
กรรมการ
8,000
เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
2,000

[เอกสารแนบท้าย]

1. แบบ รง. 1 แบบรายงานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของสำนักงานใหญ่พรรคการเมือง
2. แบบ รง. 2 แบบรายงานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของสาขาพรรคการเมือง

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)


พิมพ์มาดา/อัญชลี/จัดทำ
4 ธันวาคม 2560


[2][1] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134/ตอนที่ 121 ก/หน้า 21/30 พฤศจิกายน 2560


[1][๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๒๑ ก/หน้า ๒๑/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระเบียบ กกต.การหาเสียง ข้อควรปฏิบัติ และข้อห้าม ฯ (ฉ.2) 2550

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการหาเสียง ข้อควรปฏิบัติ และข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการดำเนินการใด ๆ ของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550              โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการหาเสียงข้อควรปฏิบัติ และข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการดำเนินการใด ๆ ของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 236 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 5 มาตรา 10 (2) (3) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 และมาตรา 59 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 ประกอบกับมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 91/2550 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2550 คณะกรรมการกา...

พรป.กกต 2560

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐                    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ   ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมี กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัด สิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๒   มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้ อย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งการตราพระร...

ระเบียบ กกต.การหาเสียง ข้อควรปฏิบัติ และข้อห้าม ฯ (ฉ.3) 2554

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการหาเสียง ข้อควรปฏิบัติ และข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการดำเนินการใด ๆ ของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554              โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการหาเสียงข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการดำเนินการใด ๆ ของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 236 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 5 มาตรา 10 (2) (3) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 และมาตรา 59 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 ประกอบกับมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 43/2554 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 คณะกรรมก...